2006/Dec/04

ฝึกใจไม่ให้โกรธ

โดย........สมเด็จพระญาณสังวร ฯ
รกตินั้น เมื่อโกรธก็มักจะไปเพ่งโทษคนอื่น ว่าเป็นเหตุให้ความโกรธเกิดขึ้น คือมักจะไปคิดว่าผู้อื่นนั้นพูดเช่นนั้น ทำเช่นนั้นที่กระทบกระเทือนถึงผู้โกรธ การเพ่งโทษผู้อื่นเช่นนี้ ไม่ใช่การทำให้จิตใจตัวเองสบาย ตรงกันข้าม กลับเป็นการเพิ่มความไม่สบายให้ยิ่งขึ้น ยิ่งเพ่งเห็นโทษคนอื่นมากขึ้นเพียงใด ใจตัวเองก็ยิ่งจะไม่สบายยิ่งขึ้นเท่านั้น

แต่ถ้าหยุดเพ่งโทษผู้อื่นเสีย เขาจะพูดจะทำอะไรก็ตาม ที่เป็นการกระทบกระเทือนถึงตนเองจริงหรือไม่ก็ตาม อย่าไปเพ่งดู ให้ย้อนเขามาเพ่งดูใจตนเอง ว่ากำลังมีสุขทุกข์อย่างไร มีอารมณ์อย่างไร ใจจะสบายขึ้นได้ด้วยการเพ่งนั้น

กล่าวสั้น ๆ การเพ่งโทษผู้อื่นทำให้ตัวเองไม่เป็นสุข แต่การเพ่งดูใจตนเองทำให้เป็นสุขได้ แม้กำลังโกรธมาก หากเพ่งดูใจตัวเองให้เห็นว่ากำลังโกรธมาก ความโกรธก็จะลดลง หากเพ่งดูใจตัวเองให้เห็นว่ากำลังโกรธน้อย ความโกรธก็จะหมดไป

จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะมีอารมณ์ใดก็ตาม โลภ หรือโกรธ หรือหลงก็ตาม หากเพ่งดูใจให้เห็นอารมณ์นั้นแล้ว อารมณ์นั้นจะหมดไป ได้ความสุขมาแทนที่ ทำให้มีใจสบาย


วิเคราะห์สาเหตุของความโกรธ

บัดนี้มาลองแยกความโกรธที่เกิดจากรูปไม่ถูกตา เห็นหน้าตาท่าทางคนนั้นคนนี้แล้วขัดตา ดูไม่ได้กวนโทโส บางคนบ่นตำหนิการแต่งกายของเด็กสาวสมัยใหม่ว่าไม่น่าดู เห็นแล้วเกิดโทสะ เป็นลูกเป็นหลานก็อยากตีอยากว่า บางคนดูภาพตามหนังสือพิมพ์แล้วส่ายหน้า ตำหนิว่าดูไม่ได้น่ารังเกียจ ยังมีรูปไม่ถูกตาอีกหลายประการ

เช่นเดียวกับเสียงที่ไม่ถูกหูเพราะเหตุผลเดียวกัน คือทุกคนที่เป็นปุถุชน ย่อมจะมีรูปไม่ถูกตาของตนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น และไม่ตรงกันก็มีเป็นอันมาก ดังตัวอย่าง บางคนโดยเฉพาะเด็กหนุ่ม ๆ สาว ๆ เห็นผมทรงสมัยใหม่ของพวกเขาน่าดูที่สุด บางคนดูภาพตามหนังสือต่าง ๆ แล้วถึงกับต้องเก็บรวบรวมไว้เพื่อดูแล้วดูอีก เพราะชอบมาก ขณะที่ดังกล่าวแล้ว บางคนตำหนิภาพเหล่านั้นรุนแรงว่าน่ารังเกียจไม่น่าให้ผ่านสายตา

พิจารณาตามตัวอย่างที่ยกมานี้ ก็จะเห็นเหมือนเมื่อพิจารณาตัอย่างเสียงที่ไม่ถูกหูที่กล่าวไว้แล้ว คือจะเห็นว่าสาเหตุเดียวกันแต่ก่อให้เกิดผลไม่เหมือนกัน คนหนึ่งชอบคนหนึ่งไม่ชอบ

สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การปรุงของใจ มิใช่อยู่ที่อะไรอื่น จะโลภก็เพราะใจปรุงให้โลภ จะโกรธก็เพราะใจปรุงให้โกรธ จะหลงก็เพราะใจปรุงให้หลง หรือจะสุขก็เพราะใจปรุงให้สุข จะทุกข์ก็เพราะใจปรุงให้ทุกข์ ดังนั้นสิ่งที่ควรระมัดระวังที่สุด คือ การปรุงของใจตนเองนี้แหละมิใช่การกระทำของคนอื่น คนอื่นจะทำอะไรอย่างไร ถ้าเราระวังการปรุงของใจของเราเองให้ถูกต้องแล้ว ความทุกข์ของเราจะไม่เกิด เพราะการกระทำของเขาเลย

เมื่อพิจารณามาถึงตรงนี้ คือตรงผู้โกรธเท่านั้นที่เป็นทุกข์ พิจารณาจนเห็นจริงว่า ผู้โกรธเท่านั้นที่เป็นทุกข์จริง ๆ ซึ่งจะต้องเห็น แม้จะเห็นเพียงครู่ยามแล้วลืมก็จะต้องเห็น เพราะตนเองเป็นทุกข์อยู่เพราะความโกรธจริง ๆ

เมื่อเห็นแล้วว่าผู้โกรธเท่านั้นที่เป็นทุกข์ ให้พิจารณาย้อนไปอีกว่าความโกรธเกิดเพราะความปรุงเช่นใด ก็จะเห็นว่าตนได้คิดปรุงไปเช่นใด เมื่อจะแก้ไม่ให้เกิดความโกรธ ก็จะ ต้องไม่คิดปรุงเช่นนั้น จะต้องเปลี่ยนวิธีปรุงคิดเสียใหม่

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ความปรุงของใจเป็นสิ่งสำคัญ ทำความรู้ความเข้าใจในเรื่องความปรุงของใจเสียก่อน ให้เห็นแน่ชัดเสียก่อนว่า ความโกรธหรือความไม่โกรธ ไม่ได้เกิดจากเสียงภายนอกมากระทบหู แต่ความโกรธหรือไม่โกรธ ชอบหรือไม่ชอบ เกิดจากความคิดปรุงแท้ ๆ ความปรุงคิดของใจเรานี้แหละ ที่ทำให้เกิดความชอบไม่ชอบ ความโกรธหรือไม่โกรธ เมื่อความชอบหรือไม่ชอบ ความโกรธหรือไม่โกรธ

เกิดขึ้นเพราะความปรุงคิด จึงมิได้เกิดเพราะบุคคลภายนอก แต่เกิดจากตัวเองเท่านั้น ตัวเองนี้แหละเป็นเหตุให้ชอบหรือไม่ชอบ โกรธหรือไม่โกรธ เวลาเกิดความไม่ชอบหรือความโกรธ จึงควรมีสติรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ทำให้เกิด

ไม่มีผู้อื่นมาทำ เมื่อใจไม่ส่งออกไปโทษผู้อื่นว่าเป็นเหตุ ใจรับความจริงว่าตนเองเป็นเหตุ ความโกรธก็จะลดน้อยถึงหยุดลงได้ สำคัญต้องมีสติรู้ว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดเพราะความปรุงในจิตใจของเราเอง มิได้เกิดเพราะบุคคลหรือวัตถุภายนอก

นี่พูดถึงเมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว ให้ดับด้วยการมีสติรู้ความจริงว่าตนเป็นผู้ทำ แต่ถ้าพูดถึงการป้องกันมิให้ความโกรธเกิด จะต้องฝึกให้สติเกิดเร็วขึ้นอีก และดังกล่าวแล้วในตอนต้น ๆ จะต้องฝึกให้เกิดเหตุผลและปัญญา รวมทั้งเมตตากรุณาด้วย การฝึกในเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องทำเมื่อความโกรธยังไม่เกิดขึ้นในจิตใจ หรือเมื่อเกิดแล้วแต่ดับแล้ว
ปล1. ขอแสดงความยินดีกับคุณปวีณาด้วยที่ได้เหรียญทองวันนี้ โย่วๆๆ
ปล2. คิดถึง จุ๊บๆๆ
ปล3. ขอแสดงความเสียใจกับเพื่อนอุ๊ด้วยที่พ่อได้จากไป ทั้งๆที่พรุ่งนี้ก็จะวันพ่อแล้ว ฮือๆ
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
มันรู้นะ แต่มันก็ทำไม่ได้สักที
#1  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2006-12-04 18:27, 
คิดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ขอบคุณที่แนะนำวิธีให้
คอมเราไม่ดีหรือว่ามันเป็นงี้จริงๆ คือตัวหนังสือแต่ละบรรทัดมันติดกันมากเลยค่ะ งงๆ
#2  by  Fern's At 2006-12-04 18:31, 
ง่ายนิดเดียวเอง.....
#3  by  B-side At 2006-12-04 20:14, 
ยาก แฮะแต่ จาพยายาม งับ

ผมแก้ให้แล้วนะ เหมียว
#4  by  ۞ RECCA۞ At 2006-12-04 20:21, 
โกรธควันออกหู เป็นประจำค่ะ หายยากจ้า ....
สาธุ ไม่โกรธดีกว่าเนอะ ใช้สติ
ขับรถเนี่ย โกรธได้ง่ายเวลาโดนปาดหน้า
เตือนตัวเง เย็นไว้โยมลูกเดียว
ดีใจกับเหรียญทองด้วยคน
#6  by  จั่นเจา At 2006-12-04 21:36, 
ใครทำให้ผมโกรธได้ก็เก่งล่ะครับ
#7  by  นายฉิม At 2006-12-04 22:41, 
เวลาที่ถึงขีดสุด แล้วมันก็เบรคยากน้า
#8  by  tide At 2006-12-05 00:55, 
ฝึกใจเพื่อบริหารกับความโกรธ

ฮึ่มๆๆๆ

เง้อออ ไม่ค่อยโกรธใครอ่ะค่ะ แหะๆ โชคดีไปนะคะ

อิอิ มาราตรีสวัสดิ์ค่ะ

แต่ก่อนกว่าจะระงับความโกรธได้ ยากอยู่นาลูกนก
แต่พอครั้งแรกได้ครั้งต่อๆไปมันก็ง่ายอ่ะจ๊ะ
แถมสุขภาพจิตเราไม่เสียง่ายๆด้วยล่ะ

คิดถึงมากมายจ๊ะ
#10  by  P.Pu At 2006-12-05 07:39, 
ก็นะ ...
ฟิวส์ขาดทุกทีเลยอ่ะดิ่
ขอบคุณที่ไปเยี่ยม blog ร้างของผมนะจ๊า

เรื่องโกรธนี่ต้องควบคุมจริงๆครับ วันก่อนจะปัดแมลงออกหน้าต่าง ไม่อยากฆ่ามัน ปัดแล้วไม่ไปซะทีเริ่มโมโห ปัดแรงขึ้นๆ มือเลยกระแทกหน้าต่างได้เลือด

สุดท้ายเลือดขึ้นหน้า เลยไปเอา DDT มาฉีดมัน ชักแหงกๆตายซะ อุตส่าห์จะไม่ฆ่าแล้วเชียว
#12  by  biohazardgang At 2006-12-06 13:34, 
ยากนะเนี่ย กว่าจะทำได้
#13  by  ::NamWarn:: At 2006-12-06 15:25, 
สุขสันต์วันพ่อย้อนหลังนะฮับ
#14  by  zui ai yanchengxu At 2006-12-06 18:54, 
โอวว วันนี้มาแบบธรรมะธรรมโมมากเลยนะคะ > <
#15  by  F I N E At 2006-12-06 20:15, 
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับกำลังที่ทมาร่วมแสดงความยินดีให้
#16  by  unknown subject At 2006-12-08 12:41, 

สบายดีป่าวลูกนก

แวะมาฝันดีราตรีสวัสดิ์จ้ะ

#17  by  P.Pu At 2006-12-09 23:50, 
ยากที่จะทำใจไม่ให้โกรธ
ยากไม่ใช่เล่นเลยนะคะ

แต่ถ้าไม่เริ่มฝึกให้โกรธน้อยลง
ก้คงไม่มีวันที่จะไม่โกรธ ,ใช่มะ ?

มีความสุขมากๆนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยคะ
อากาศมันบ้าๆบอๆ นะ :P
#18  by  ,, สายรุ้ง ,, At 2006-12-11 13:06, 
เป็นช่วงของอารมณ์
#19  by  LiFe Room At 2006-12-11 16:29, 
ถ้าเราไม่มองที่ตัวเองมากไป ก็จะมีความสุขได้อย่างง่ายๆจ๊ะ
#20  by  aMy ^^ At 2006-12-13 09:54, 
หายไปไหนแล้วค๊า

งานยุ่งเหรอคะ คิดถึงจัง

เป็นกำลังใจให้นะคะ
เวลาโกรธ ไม่อยากให้ใครมาอยู่ใกล้ๆ อ่ะค่ะ เพราะอาจจะโดนลูกหลงโดยไม่รู้ตัว

ขออยู่คนเดียว นั่งนิ่งๆ สักพัก แล้วมันจะดีเอง
#22  by  *+ หนมปังน้อย +* At 2006-12-15 22:40, 

<< Home